พยายามรักษาความสะอาดช่องปากแล้ว แต่…ก็ยังเจอปัญหากลิ่นปากเรื้อรัง ไม่หายซักที เกิดจากสาเหตุอะไร? และเคยได้ยินมาว่า “กลิ่นปาก” อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ เช่น เบาหวานจริงหรือไม่?

Posted date:

“กลิ่นปาก” ก่อให้เกิดปัญหากับผู้ป่วย สร้างความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม หรือเกิดความกังวลต่อสุขภาพช่องปากหรือสุขภาพร่างกาย

ปัญหากลิ่นปาก เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคหรือสภาวะภายในช่องปาก อาทิเช่น การเป็นโรคปริทันต์ ได้แก่ โรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบ(โรครำมะนาด) ที่มีการสะสมของคราบแบคทีเรีย และหินน้ำลายทั้งเหนือเหงือกและใต้เหงือก แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคปริทันต์สามารถสร้างสารที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก การมีฟันผุ โดยเฉพาะฟันผุขนาดใหญ่ที่ทำให้เศษอาหารติดค้างอยู่ ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

ในผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาน้ำลายน้อย หรือเกิดจากการรับประทานยาหลายชนิด ส่งผลให้เกิดสภาวะปากแห้ง จะทำให้เกิดการสะสมของคราบแบคทีเรียปริมาณมากที่สร้างปัญหากลิ่นปากได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามกลิ่นปาก อาจไม่ได้เกิดจากโรคในช่องปากก็ได้ แต่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา เช่น หลังตื่นนอนตอนเช้า หลังรับประทานอาหารที่มีกลิ่น เช่น กระเทียม สะตอ หัวหอม เป็นต้น หากเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ส่วนใหญ่อาการจะหายเองได้เมื่อแปรงฟันให้สะอาด

ดังนั้นการรักษาโรคในช่องปาก และการดูแลรักษาทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ จะช่วยแก้ปัญหาส่วนใหญ่ของกลิ่นปากได้

แต่…หากผู้ป่วยพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคในช่องปากแล้ว หรือตรวจหาโรคในช่องปากแล้วไม่พบสาเหตุที่ก่อปัญหา อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคทางระบบ ที่อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ โรคทางระบบอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ประมาณร้อยละ 10 เช่น โรคของระบบทางเดินอาหาร หรือโรคระบบทางเดินหายใจที่มีช่องทางการติดต่อกับช่องปากโดยตรง อาจทำให้เกิดกลิ่นออกมาทางช่องปากได้

โรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคที่พบได้มากในประชากรผู้สูงอายุชาวไทย อาจเป็นสาเหตุให้มีกลิ่นปากได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี มักจะมีระดับสารคีโตน (Ketone) ในเลือดสูงขึ้น และทำให้เกิดกลิ่นปากที่มีลักษณะเฉพาะได้ และโรคเบาหวานยังมีผลให้โรคปริทันต์อักเสบในช่องปากรุนแรงมากขึ้นด้วย หากผู้ป่วยมีโรคทั้งสองอย่าง ก็จะทำให้เสี่ยงที่จะมีกลิ่นปากรุนแรงขึ้นได้

เช่นนั้นการพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคในช่องปาก ร่วมกับการดูแลอนามัยช่องปากให้ดีอยู่เสมอ จะช่วยลดหรือป้องกันการมีกลิ่นปากได้เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการพบแพทย์เพื่อควบคุมโรคทางระบบที่อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก เป็นสิ่งที่ช่วยลดปัญหาได้ดีขึ้น

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

รศ.ทพญ.อรวรรณ จรัสกุลางกูร

อาจารย์ประจำภาควิชาปริทันตวิทยา
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย