ปกติเวลาเราทำฟัน หลายครั้งที่ต้องใช้ “ยาชา” เป็นตัวช่วยในการรักษา แต่…. ถ้าเกิดมีคนไข้แพ้ยาชาขึ้นมา แล้วการรักษาจะยากขึ้นอย่างไรบ้าง??
อาการแพ้ยาชา คือ ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อยาชาหรือส่วนประกอบในยาชาอย่างรุนแรงกว่าปกติ อาการอาจพบได้ตั้งแต่… ระดับเล็กน้อย เช่น ผื่นคัน ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือหนังตาบวม ไปจนถึง..อาการแพ้รุนแรง ได้แก่ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก คอบวม หน้ามืด วิงเวียน ความดันโลหิตต่ำ และอาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติ
หากเกิดอาการผิดปกติระหว่าง หรือหลังการฉีดยาชา ทันตแพทย์จะหยุดการรักษาทันที ประเมินความรุนแรงของอาการ และให้การรักษาเบื้องต้นตามความเหมาะสม เช่น การให้ยาแก้แพ้ ออกซิเจน หรือยาฉุกเฉินในกรณีที่มีอาการรุนแรง รวมถึงอาจส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาในโรงพยาบาลหากมีความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม การแพ้ยาชาที่แท้จริงพบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับอาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “อาการแพ้ยา” ดังนั้น หากผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาชาหรือเคยมีอาการผิดปกติจากการฉีดยาชา ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินว่าเป็นการแพ้ยาชาจริงหรือเป็นเพียงอาการข้างเคียง และสามารถเลือกใช้ยาชาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ รวมถึงวางแผนการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลกรณีฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย
รศ.ทพญ.ดร.สิรีรัตน์ สูอำพัน
อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tags
กลับไปที่หน้าหลัก
ความรู้ทางทันตกรรม
