โภชนาการและการดูแลช่องปากในผู้สูงอายุ 60+ เพื่อช่วยรักษาสุขภาพของฟัน

Posted date:

#คำถาม: สำหรับวัยเกษียณ 60+ เป็นที่ทราบดีว่าเรื่องสุขภาพช่องปากมีความเสื่อมไปตามวัย ดังนั้นจึงอยากทราบว่าวัยนี้ ควรมีการเลือกรับประทานอาหารอย่างไร เพื่อช่วยรักษาสุขภาพของฟัน ความแข็ง ความเหนียว หรืออาหารที่ลดความแข็งแรงของฟันแบบไหนบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง และอยากให้เพิ่มการแนะนำการดูแลฟัน เพื่อคงสภาพฟัน หรือเสริมความแข็งแรงของฟันในคนวัยนี้


การเลือกรับประทานในผู้สูงอายุสามารถเลือกได้จากความสามารถในการบดเคี้ยวของผู้สูงวัยท่านนั้นๆ โดยหากผู้สูงวัยท่านนั้นมีความสามารถในการบดเคี้ยวที่ปกติดีมีฟันบดเคี้ยวครบหรือหลายซี่ก็ย่อมสามารถรับประทานอาหารได้อย่างคนทั่วไป แต่แน่นอนว่าอาหารที่เหนียวแข็ง มีความเป็นกรดสูง มีน้ำตาลสูง ย่อมไม่เป็นผลดีไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม ดังนั้นอาหารในกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อย

ในทางกลับกันหากผู้สูงวัยมีความสามารถในการบดเคี้ยวที่น้อย เช่น มีโรคประจำตัวอื่นๆ อย่างหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก (Stroke) มีความอ่อนแรงในการบดเคี้ยว หรือมีปัญหาการกลืน เป็นต้น ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับลักษณะอาหารให้เหมาะสมต่อความสามารถในการเคี้ยวและการกลืน เช่น อาหารชิ้นเล็กลง บดละเอียดขึ้น เลี่ยงอาหารที่มีการผสมของแข็งและเหลวเพื่อลดโอกาสการสำลัก ตามแต่ละบุคคุล และแม้ว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการปรับลักษณะอาหารแต่ยังคงต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อลดการเกิดภาวะเปราะบาง ดังนั้นผู้ป่วยมีความจำเป็นที่ต้องเข้ารับปรึกษากับนักโภชนาการและแพทย์เรื่องโภชนาการร่วมด้วย

การดูแลช่องปากในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความพิเศษที่ว่า ผู้ป่วยมักมีความสามารถในการทำความสะอาดที่ลดลง ดังนั้นผู้ดูแลที่บ้านหรือคนในครอบครัวจะมีหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลร่วมด้วย หรือคอยสังเกตปัญหาสุขภาพช่องปากของเขา และพาผู้สูงวัยไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรือตามนัดของทันตแพทย์

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

ทพ.ธนภณ อาชาพิทักษ์

ทันตแพทย์ประจำหน่วยทันตกรรมผู้สูงอายุและการดูแลผู้ป่วยพิเศษ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย