เมื่อมีอาการเวียนหัวร่วมกับปัญหาขากรรไกร ควรทำอย่างไร ?
เนื่องจากอาการเวียนหัวมีได้หลายสาเหตุ เช่น โรคหูชั้นใน หรือระบบประสาท จึงต้องตรวจประเมินให้ชัดเจนก่อนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์หูคอจมูก (ENT), แพทย์ระบบประสาท และทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบดเคี้ยวและความเจ็บปวดช่องปากใบหน้า (occlusion and orofacial pain)
โดยอาการที่ควรพบแพทย์โดยเร่งด่วน ได้แก่
- เวียนหัวรุนแรง บ้านหมุนชัดเจน
- มีคลื่นไส้อาเจียนมาก
- มีอาการทางระบบประสาท (ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซมาก)
- มีหูอื้อ สูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน
แนวทางการรักษา
แนวทางการรักษาปัญหาขากรรไกร (TMD) จะเน้นการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมและผันกลับได้ (conservative and reversible treatment) ก่อนเสมอ และมีงานวิจัยที่พบว่าคนไข้บางรายอาการเวียนหัวลดลงหลังรักษา TMD โดยแนวทางการรักษามีดังนี้
- การใส่เฝือกสบฟัน (occlusal splint/night guard) ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการว่าช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ, ลดแรงกดในข้อต่อขากรรไกร และการเกิดความตึงของกล้ามเนื้อจนร้าวไปปวดบริเวณหู
- การรักษาด้วยกายภาพบำบัดและการจัดการอาการบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ (Physical therapy and Cervical management) เนื่องจากมีงานวิจัยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่าง TMD, กล้ามเนื้อคอ และอาการเวียนศีรษะจากต้นคอ (cervicogenic dizziness) การรักษาบำบัดด้วยมือโดยนักกายภาพบำบัด (manual therapy) ซึ่งเป็นเทคนิคบำบัดที่ใช้มือขยับข้อต่อ ยืดกล้ามเนื้อ และปรับโครงสร้างกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการปรับแนวท่าทาง (postural correction) ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ไขโครงสร้างร่างกายที่ผิดรูป เช่น หลังค่อม ไหล่ห่อ หรือคอยื่น ให้กลับมาอยู่ในแนวตรงตามหลักสรีรศาสตร์ที่เหมาะสม พบว่าอาจช่วยลดอาการเวียนหัวได้ในบางกลุ่ม
- การรักษาด้วยยา ใช้ในกรณีที่เหมาะสมตามแพทย์แนะนำ ได้แก่ กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยาคลายกล้ามเนื้อ และกลุ่มยาต้านเศร้า โดยมุ่งเน้นลดอาการปวดเป็นหลัก ไม่ได้รักษาอาการเวียนหัวโดยตรง
- การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (behavioral therapy) และการจัดการความเครียด (stress management) เนื่องจากการนอนกัดฟันที่มักพบร่วมกับ TMD และอาการตึงของกล้ามเนื้อมักมีความสัมพันธ์กับความเครียด การรักษาบริหารจัดการความเครียดมีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการ TMD ได้
คนไข้ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?
การรักษาที่สำคัญที่สุดของปัญหาขากรรไกรคือการปรับพฤติกรรมของคนไข้ แนวทางในการดูแลตนเองที่แนะนำมีดังนี้
1. การพักการใช้งานขากรรไกร
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารแข็ง / เหนียว รวมถึงเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง
- ไม่อ้าปากกว้างมาก เช่น ระวังท่าหาว การอ้าปากกัดอาหารคำโต
- ฝึกวางพักขากรรไกร ไม่ให้ฟันแตะชนกันเลยตลอดทั้งวัน โดยอาจใช้ลิ้นแตะเพดานเบาๆ ฟันบนล่างไม่แตะกัน
- หลีกเลี่ยงท่าทางที่มีแรงกดลงที่ขากรรไกร เช่น เลี่ยงเท้าคาง นอนคว่ำทับคางหรือกราม
- เคี้ยวอาหารโดยสลับเคี้ยวทั้งด้านซ้ายและขวา
2. การปรับแนวท่าทาง (postural correction)
- โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เช่น หลังค่อม ไหล่ห่อ หรือคอยื่น ให้กลับมาอยู่ในแนวตรงตามหลักสรีรศาสตร์ที่เหมาะสม ปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา
3. การประคบอุ่นกล้ามเนื้อ
- ประคบอุ่นครั้งละ 15 – 20 นาที โดยทำอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
4. การจัดการความเครียด
- พยายามลดความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และผ่อนคลายร่างกาย ไม่เกร็งตัว
กล่าวโดยสรุป อาการเวียนหัวจากปัญหาขากรรไกรไม่ได้พบในทุกคน จำเป็นต้องตรวจเพื่อแยกอาการจากโรคหูและระบบประสาทก่อน คนไข้ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นจากการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมและผันกลับได้ แบบไม่ผ่าตัด และการดูแลตนเองมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย
อ.ทพญ.รลดา พรธิฤทธิ์
อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมบดเคี้ยว คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลับไปที่หน้าหลัก
ความรู้ทางทันตกรรม
