หากเกิด “อาการกรามค้าง” หุบปากไม่ได้!! สิ่งทีคนไข้ควรจะทำคืออะไร ต้องปฐมพยาบาลตัวเองอย่างไรก่อนมาพบทันตแพทย์?

Posted date:

“กรามค้าง” คืออะไร?

ภาวะกรามค้าง ส่วนใหญ่ คือ ข้อต่อขากรรไกรเคลื่อนหลุด (TMJ dislocation) เกิดจากการอ้าปากกว้างมาก เช่น หาว อ้าปากนาน ๆ หรือทำฟัน แล้วหุบกลับไม่ได้

ถ้าเกิดกรามค้าง หุบปากไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยตัวเอง

  1. ตั้งสติ ไม่ต้องตกใจกลัว และพยายามผ่อนคลาย
    ความตกใจ หรือแพนิคอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมากขึ้น และยิ่งดึงให้ขากรรไกรค้างมากขึ้น หรือเอาลงยากขึ้นได้ บางกรณีเมื่อผ่อนคลาย อาจลองขยับขากรรไกรให้เข้าที่เอง แต่ไม่ควรฝืนหากเอาไม่ลง หลีกเลี่ยงการงับลงมาเอกแรงๆ เนื่องจากอาจทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อขากรรไกรบาดเจ็บได้
  2. ประคบอุ่นบริเวณขากรรไกร
    การประคบอุ่นด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและเอาลงได้ง่ายขึ้น
  3. รีบไปพบแพทย์ หรือทันตแพทย์ ที่โรงพยาบาล หรือคลินิกใกล้เคียง
    หากอาการกรามค้าง ไม่สามารถเอาลงได้เอง ควรให้แพทย์ หรือทันตแพทย์ ช่วยจัดการตำแหน่งข้อต่อให้กลับเข้าที่อย่างถูกวิธี อาจมีการให้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วยในบางกรณี

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรพยายามดันขากรรไกรเองแบบรุนแรง
  • ไม่ควรให้คนอื่นที่ไม่มีความรู้ช่วยดัน
  • ไม่ควรรอข้ามวัน เพราะจะยิ่งเกร็งและจัดกลับยากขึ้น

ป้องกันไม่ให้กรามค้างเกิดซ้ำ ทำอย่างไร?

  1. หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างเกินไป เช่น หาวกว้าง กัดอาหารคำใหญ่ หรือพฤติกรรมอื่นๆที่ต้องอ้าปากกว้างเป็นเวลานานโดยไม่พัก
  2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเพิ่มแรงกระทำต่อระบบข้อต่อขากรรไกร เช่น การเคี้ยวของแข็งหรือเหนียว การเคี้ยวข้างข้างเดียวเป็นประจำ การนั่งเท้าคาง การกัดเล็บ กัดริมฝีปาก หรือเคี้ยวแก้มเล่น
  3. หากมีประวัติเกิดซ้ำบ่อยๆ แล้วต้องทำการรักษาทางทันตกรรม ที่อาจต้องอ้ากว้างเป็นระยะเวลานาน ควรแจ้งทันตแพทย์เพื่อวางแผนป้องกันอาการกรามค้างระหว่างรักษา
  4. ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และวางแผนป้องกันระยะยาว

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

ผศ.ทพ.ดร. ณภัทร  นะลำเลียง

อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมบดเคี้ยว คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย