หากเกิด “อาการกรามค้าง” หุบปากไม่ได้!! สิ่งทีคนไข้ควรจะทำคืออะไร ต้องปฐมพยาบาลตัวเองอย่างไรก่อนมาพบทันตแพทย์?
“กรามค้าง” คืออะไร?
ภาวะกรามค้าง ส่วนใหญ่ คือ ข้อต่อขากรรไกรเคลื่อนหลุด (TMJ dislocation) เกิดจากการอ้าปากกว้างมาก เช่น หาว อ้าปากนาน ๆ หรือทำฟัน แล้วหุบกลับไม่ได้
ถ้าเกิดกรามค้าง หุบปากไม่ได้ ควรทำอย่างไร?
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยตัวเอง
- ตั้งสติ ไม่ต้องตกใจกลัว และพยายามผ่อนคลาย
ความตกใจ หรือแพนิคอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมากขึ้น และยิ่งดึงให้ขากรรไกรค้างมากขึ้น หรือเอาลงยากขึ้นได้ บางกรณีเมื่อผ่อนคลาย อาจลองขยับขากรรไกรให้เข้าที่เอง แต่ไม่ควรฝืนหากเอาไม่ลง หลีกเลี่ยงการงับลงมาเอกแรงๆ เนื่องจากอาจทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อขากรรไกรบาดเจ็บได้ - ประคบอุ่นบริเวณขากรรไกร
การประคบอุ่นด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและเอาลงได้ง่ายขึ้น - รีบไปพบแพทย์ หรือทันตแพทย์ ที่โรงพยาบาล หรือคลินิกใกล้เคียง
หากอาการกรามค้าง ไม่สามารถเอาลงได้เอง ควรให้แพทย์ หรือทันตแพทย์ ช่วยจัดการตำแหน่งข้อต่อให้กลับเข้าที่อย่างถูกวิธี อาจมีการให้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วยในบางกรณี
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ควรพยายามดันขากรรไกรเองแบบรุนแรง
- ไม่ควรให้คนอื่นที่ไม่มีความรู้ช่วยดัน
- ไม่ควรรอข้ามวัน เพราะจะยิ่งเกร็งและจัดกลับยากขึ้น
ป้องกันไม่ให้กรามค้างเกิดซ้ำ ทำอย่างไร?
- หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างเกินไป เช่น หาวกว้าง กัดอาหารคำใหญ่ หรือพฤติกรรมอื่นๆที่ต้องอ้าปากกว้างเป็นเวลานานโดยไม่พัก
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเพิ่มแรงกระทำต่อระบบข้อต่อขากรรไกร เช่น การเคี้ยวของแข็งหรือเหนียว การเคี้ยวข้างข้างเดียวเป็นประจำ การนั่งเท้าคาง การกัดเล็บ กัดริมฝีปาก หรือเคี้ยวแก้มเล่น
- หากมีประวัติเกิดซ้ำบ่อยๆ แล้วต้องทำการรักษาทางทันตกรรม ที่อาจต้องอ้ากว้างเป็นระยะเวลานาน ควรแจ้งทันตแพทย์เพื่อวางแผนป้องกันอาการกรามค้างระหว่างรักษา
- ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และวางแผนป้องกันระยะยาว
ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย
ผศ.ทพ.ดร. ณภัทร นะลำเลียง
อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมบดเคี้ยว คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลับไปที่หน้าหลัก
ความรู้ทางทันตกรรม
