กลิ่นปาก นอกจากมีสาเหตุจากภายในปากแล้ว อาจมีสาเหตุเกิดจากกระเพาะอาหารได้ เรื่องนี้จริงหรือไม่?

Posted date:

#คำถามจากทางบ้าน เคยได้ยินคนบอกเรื่องกลิ่นปาก วนอกจากมีสาเหตุจากภายในปากแล้ว อาจมีสาเหตุเกิดจากกระเพาะอาหารได้ เรื่องนี้จริงหรือไม่?


เพราะโดยทั่วไปกลิ่นปากส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุมาจาก ภายในช่องปาก เช่น คราบบนลิ้น โรคเหงือก ฟันผุ เศษอาหารค้าง ปากแห้ง หรือการทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึง โดยข้อมูลจากบทความทบทวนพบว่า ประมาณ 80–90% ของกลิ่นปากมีสาเหตุจากในช่องปาก มากกว่าจากกระเพาะอาหารหรืออวัยวะอื่น ๆ

สาเหตุที่คนมักเข้าใจว่ากลิ่นปากมาจากกระเพาะอาหาร เป็นเพราะมีบางภาวะของทางเดินอาหารที่สัมพันธ์กับกลิ่นปากได้จริง โดยเฉพาะ โรคกรดไหลย้อน (GERD) ซึ่งทำให้กรดหรือสิ่งคัดหลั่งจากกระเพาะย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารและคอ ส่งผลให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือรสเปรี้ยวขมในปากได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะที่กลิ่นจาก “กระเพาะ” ลอยขึ้นมาโดยตรงนั้นถือว่า พบไม่บ่อย เนื่องจากปกติหลอดอาหารและหูรูดระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะช่วยป้องกันการไหลย้อนของกลิ่นและสารจากกระเพาะขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาบางส่วนที่พบความสัมพันธ์ระหว่าง การติดเชื้อ Helicobacter pylori กับกลิ่นปาก และพบว่าหลังรักษากำจัดเชื้อแล้ว กลิ่นปากในบางรายดีขึ้นได้ แต่หลักฐานเรื่องนี้ ยังไม่เป็นข้อสรุปในทุกกรณี เพราะมีงานวิจัยบางส่วนที่สนับสนุนความสัมพันธ์ดังกล่าว ขณะที่บางงานวิจัยให้ผลไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น ในทางปฏิบัติไม่ควรรีบสรุปว่ากลิ่นปากทุกคนเกิดจากเชื้อในกระเพาะอาหารเสมอไป

แล้วจะสังเกตอย่างไรว่าอาจเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร?

หากมีกลิ่นปากร่วมกับอาการ เช่น แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ขมคอ จุกแน่นหน้าอกหลังอาหาร ไอเรื้อรัง เสียงแหบตอนเช้า หรือมีอาการมากหลังนอนราบ อาจเป็นสัญญาณว่ามีภาวะกรดไหลย้อนร่วมด้วย แต่ถ้ามีกลิ่นปากอย่างเดียว โดยไม่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารเลย มักควรเริ่มตรวจหาสาเหตุในช่องปากก่อน

การป้องกันกลิ่นปากจากกระเพาะอาหาร

ทำได้โดยควบคู่กัน 2 ส่วน คือ

  1. ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี แปรงฟันให้ทั่ว ใช้ไหมขัดฟัน ทำความสะอาดลิ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาฟันผุ โรคเหงือก หรือภาวะปากแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกลิ่นปาก และ
  2. หากสงสัยว่ามีกรดไหลย้อน ควรลดปัจจัยกระตุ้น เช่น กินมื้อไม่ใหญ่เกินไป ไม่กินดึก ไม่นอนภายในอย่างน้อย 3 ชั่วโมงหลังอาหาร ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการในแต่ละคน เช่น อาหารมัน ของทอด กาแฟ หรือแอลกอฮอล์

ดังนั้น ข้อความที่ว่า “กลิ่นปากมาจากกระเพาะอาหาร” เป็นเรื่องจริงได้บางส่วน แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักในคนส่วนใหญ่ แนวทางที่ถูกต้องคือควรเริ่มประเมินจากสาเหตุในช่องปากก่อนเสมอ และถ้ามีอาการชวนสงสัยโรคกรดไหลย้อนหรือโรคทางเดินอาหารร่วมด้วย จึงค่อยพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

ผศ.ทพญ. ภัทรนฤน กาญจนบุษย์

อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย