“ปลูกกระดูกฟัน” คืออะไร? ทางเลือกเมื่อกระดูกไม่เพียงพอสำหรับ “รากฟันเทียม”
เมื่อกระดูกไม่เพียงพอสำหรับการทำรากฟันเทียม นิยามคือ รากเทียม มีสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนรากเทียม และส่วนครอบฟัน รากเทียมจำเป็นต้องอยู่ในกระดูกทั้งหมด หนกกระดูกบาง แคบ หรือเตี้ยเกินไป จึงจำเป็นต้องปลูกกระดูก การปลูกกระดูก (Bone Graft) มีตัวเลือกวัสดุปลูกกระดูกหลายประเภท ซึ่งแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
โดยทั่วไปแล้ว วัสดุปลูกกระดูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ :
1. กระดูกของผู้ป่วยเอง (Autogenous Bone Graft):
เป็นกระดูกที่นำมาจากร่างกายของผู้ป่วยเอง เช่น จากกระดูกสะโพก กระดูกขา กระดูกกะโหลกศีรษะ หรือกระดูกในช่องปาก เช่นขากรรไกรล่าง ปุ่มกระดูกในช่องปาก หรือบางส่วนของขากรรไกรบน
ข้อดี:
ถือเป็น gold standard สำหรับการปลูกกระดูก เนื่องจากมีเซลล์สร้างกระดูก (osteogenic cells) เป็นโครงร่างที่ช่วยในการสร้างกระดูกใหม่ (osteoconduction) และมีโปรตีนในการเหนี่ยวนำเซลล์ (osteoid diction) ทำให้เข้ากันได้ดีกับร่างกายและมีอัตราความสำเร็จสูง
ข้อจำกัด:
มีปริมาณจำกัด ต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเพื่อนำกระดูกออกจากบริเวณอื่นของร่างกาย ทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณที่นำกระดูกออก และอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่ตำแหน่งนั้นได้ รวมทั้ง มีการละลายตัวเร็วกว่า
2. กระดูกจากมนุษย์คนอื่น (Allograft):
เป็นกระดูกที่ได้มาจากผู้บริจาคที่เป็นมนุษย์คนเดียวกัน (แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยเอง) ซึ่งผ่านกระบวนการแปรรูปและฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคและลดการปฏิเสธของร่างกาย
ข้อดี:
ไม่ต้องมีการผ่าตัดเพิ่มที่ตัวผู้ป่วยเอง มีปริมาณมากและหาได้ง่ายขึ้น เป็นโครงร่างให้เซลล์กระดูกมาสร้างกระดูกใหม่ และบางชนิด มีโปรตีนเหนี่ยวนำการสร้างกระดูก
ข้อจำกัด:
แม้จะมีความเสี่ยงต่ำมากในการถ่ายทอดโรค แต่อาจมีการปฏิเสธของร่างกายได้ รวมทั้งอัตราการละลายตัวใกล้เคียงกับกระดูกจากผู้ป่วยเอง
3. กระดูกจากสิ่งมีชิวิตอื่น (Xenograft):
เป็นกระดูกที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน มักมาจากวัว (bovine) หรือหมู (porcine) ซึ่งผ่านกระบวนการกำจัดเซลล์และสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงของการปฏิเสธและการติดเชื้อ
ข้อดี:
ไม่ต้องมีการผ่าตัดเพิ่มที่ตัวผู้ป่วยเอง มีปริมาณมากและหาได้ง่ายขึ้น
ข้อจำกัด:
เป็นวัสดุที่ช่วยให้กระดูกเดิมสร้างขึ้นมาใหม่ (osteoconductive) แต่ไม่มีคุณสมบัติในการสร้างกระดูกด้วยตัวเอง (osteoinductive) เท่ากระดูกของผู้ป่วยเอง mdpi.com ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ Bio-Oss ซึ่งเป็นกระดูกวัวที่ผ่านการแปรรูป pmc.ncbi.nlm.nih.gov
4. วัสดุสังเคราะห์ (Alloplastic Materials):
เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นมาสังเคราะห์เพื่อเลียนแบบโครงสร้างและคุณสมบัติของกระดูก มักทำจากสารประกอบแคลเซียมฟอสเฟต เช่น ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (hydroxyapatite)
ข้อดี:
มีคุณสมบัติในการนำกระดูกใหม่มาสร้าง (osteoconductive), ไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อหรือการปฏิเสธของร่างกาย
ข้อจำกัด:
อาจขาดคุณสมบัติการเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างกระดูก (osteoinductivity) ของกระดูกของผู้ป่วยเอง
สรุปทางเลือก:
แม้ว่ากระดูกของผู้ป่วยเอง (Autogenous Bone Graft) ยังคงเป็น มาตรฐาน เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการสร้างกระดูก แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการผ่าตัดเพิ่มและการมีปริมาณจำกัด ทำให้มีการพัฒนาและใช้ทางเลือกอื่นๆ มากขึ้น
นอกจากนี้ การพิจารณาวิธีการในการปลูกกระดูกและชนิดของกระดูก ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ชนิดและขนาดของ defect, ความพร้อม สุขภาพโดยรวมและประวัติโรคประวัติโรคประจำตัว และความจำกัดของค่าใช้จ่ายเป็นต้น
ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย
ผศ.ทพญ.ดร. ภัคสินี กมลรัตนกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tags
กลับไปที่หน้าหลัก
ความรู้ทางทันตกรรม
