AI กับการวิเคราะห์ปัญหาช่องปาก ผู้ช่วยที่ดี หรือความเสี่ยงที่ต้องระวัง ?
ปัจจุบัน AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก สามารถช่วยอธิบายข้อมูลทั่วไปช่วยให้คนไข้เข้าใจโรคหรือปัญหาที่อาจเป็นไปได้ และช่วยแนะนำว่าเมื่อไหร่ควรไปพบทันตแพทย์
การวินิจฉัยจากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังมีข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยของทันตแพทย์ เช่น
- ภาพที่คนไข้ถ่ายเองอาจมีปัญหา เรื่องแสง มุมกล้อง ความคมชัด หรืออาจมองไม่เห็นบริเวณที่เป็นต้นเหตุของอาการ ทำให้ AI ตีความคลาดเคลื่อนได้
- หลายโรคมีลักษณะคล้ายกัน เช่น อาการปวดฟัน อาจเกิดจากฟันผุ ฟันร้าว การอักเสบของโพรงประสาทฟัน โรคเหงือก หรือแม้แต่ปัญหาจากการนอนกัดฟัน ซึ่งการดูจากรูปอย่างเดียวจะไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้
- การวินิจฉัยทางทันตกรรม ทันตแพทย์จะต้องอาศัยข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน เช่น อาการที่คนไข้บอก การตรวจในช่องปาก การถ่ายภาพรังสี (X-ray) หรือการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆที่จำเป็น
ดังนั้นไม่ควรใช้ AI เพื่อตัดสินใจรักษาตัวเอง ซื้อยามารับประทานเอง หรือเลื่อนการพบทันตแพทย์ออกไป AI สามารถช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น แต่การวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ยังต้องอาศัยการตรวจโดยทันตแพทย์
ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย
รศ.ทพญ.ดร.รังสิมา สกุลณะมรรคา
อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมหัตถการ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลับไปที่หน้าหลัก
ความรู้ทางทันตกรรม
