“หน้าชา ปากชา” เกิดจากปัญหาฟันได้จริงหรือ? รู้สาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม

เกิดได้ เนื่องจากใบหน้าและช่องปากของเรามีเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Trigeminal nerve) ทำหน้าที่รับความรู้สึก ซึ่งทอดผ่านบริเวณขากรรไกรและรากฟันอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้น เส้นประสาทนี้จึงถูกรบกวน

โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ฟันคุดหรือถุงน้ำในขากรรไกร: รากของฟันคุดล่างมักอยู่ชิดกับเส้นประสาทหลัก เมื่อฟันคุดอักเสบ หรือมีถุงน้ำ (Cyst) เจริญเติบโต อาจจะเกิดการเบียดและกดทับเส้นประสาท
  • การติดเชื้อรุนแรง: ฟันผุลึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน แล้วปล่อยทิ้งไว้จนเป็นหนองที่ปลายรากฟัน หนองที่สะสมจะสร้างแรงดันไปกดทับเส้นประสาทข้างเคียง
  • ภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา: เช่น การวางตัวของผ่าฟันคุดที่สัมผัสกับเส้นประสาท ทำให้เกิดการรบกวนขณะผ่าออก หรือการรักษารากฟันที่มีวัสดุอุดล้นเกินปลายรากไปโดนเส้นประสาท ซึ่งอาจพบได้

ปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อมีอาการชา?

หากคุณเริ่มรู้สึกชาหน้าหรือชาปาก สิ่งสำคัญคือ อย่าตื่นตระหนก แต่ห้ามละเลย” และควรปฏิบัติดังนี้ครับ:

  1. สังเกตและจดบันทึก: อาการชาเริ่มเป็นตั้งแต่ตอนไหน เป็นตลอดเวลาหรือเป็น ๆ หาย ๆ มีอาการปวดฟันร่วมด้วยหรือไม่
  2. ระมัดระวังขณะรับประทานอาหาร: เนื่องจากริมฝีปากหรือลิ้นชา อาจทำให้คุณเผลอกัดปากหรือลิ้นตัวเองจนเป็นแผลเหวี่ยงได้ และควรเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดเพื่อป้องกันการลวกโดยไม่รู้ตัว
  3. รีบพบทันตแพทย์: เพื่อทำการเอกซเรย์ (X-ray) หาสาเหตุที่แน่ชัด หากรีบรักษา เช่น ผ่าฟันคุดออก หรือระบายหนองที่ติดเชื้อ เส้นประสาทที่ถูกกดทับก็มีโอกาสฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น

ข้อคิดจากหมอ: อาการชาไม่ใช่เรื่องปกติ หากเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุเด่นชัด การพบทันตแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามครับ

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

อ.ทพ.ดร.พีรวิชญ์ ลิมป์ลาวัณย์

อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย