“ฟันร้าว” …สัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนลุกลามจน “ฟันแตก”

ฟันร้าวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น

สาเหตุมีได้หลายอย่าง เช่น

  • กัดของแข็งเป็นประจำ เช่น น้ำแข็ง กระดูก หรือเมล็ดแข็ง
  • นอนกัดฟันหรือขบฟันแน่น โดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียด
  • ฟันที่มีวัสดุอุดขนาดใหญ่ ทำให้เนื้อฟันที่เหลือรับแรงได้น้อยลง
  • เคยได้รับอุบัติเหตุหรือกระแทกบริเวณฟัน

อาการที่พบบ่อยเมื่อฟันร้าว ได้แก่

  • เจ็บเวลาเคี้ยว โดยเฉพาะตอน “ปล่อยแรงกัด” มากกว่าตอนกัดลง
  • เสียวฟันเวลาโดนของเย็น ของร้อน หรือของหวาน และอาการมักเป็น ๆ หาย ๆ

อย่างไรก็ตามบางคนอาจยังไม่มีอาการเลย แต่ตรวจพบโดยทันตแพทย์ระหว่างการตรวจสุขภาพฟัน

ฟันร้าวสังเกตอย่างไร 2 0 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ป้องกันฟันร้าวได้อย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการกัดของแข็งหรือใช้ฟันเปิดสิ่งของ
  • หากนอนกัดฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อพิจารณาใส่เฝือกสบฟัน (Night guard)
  • ใส่อุปกรณ์ป้องกันฟันเมื่อเล่นกีฬาที่มีการปะทะ
  • ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ เพื่อประเมินฟันที่มีความเสี่ยงและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

หากสงสัยว่าฟันร้าว ควรรีบพบทันตแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะรอยร้าวอาจลุกลามได้

ระหว่างรอนัดพบทันตแพทย์ แนะนำให้

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารด้านที่มีอาการ
  • งดอาหารแข็ง เหนียว หรือเหนียวติดฟัน

การรักษาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของรอยร้าว ตั้งแต่การเฝ้าสังเกต การอุดฟัน การทำครอบฟัน ไปจนถึงการรักษารากฟัน หากรอยร้าวลึกจนกระทบโพรงประสาทฟัน และในกรณีที่รอยร้าวลุกลามลงไปถึงรากฟันจนไม่สามารถบูรณะได้ อาจจำเป็นต้องถอนฟัน

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

รศ.ทพญ.ดร.รังสิมา สกุลณะมรรคา

อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมหัตถการ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย