ถอนฟันแล้วแต่ยังปวด!!  เกิดจาก “อาการปวดหลอน” หรือเป็นภาวะแทรกซ้อน?

ในทางทันตกรรม บ่อยครั้งที่คนไข้มาพบทันตแพทย์ด้วยอาการปวดฟันเรื้อรัง แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดกลับไม่พบรอยโรคหรือสาเหตุที่ชัดเจน พบได้ในผู้ป่วยที่ถอนฟันไปนานแล้ว แต่ยังมีอาการปวดอยู่ ภาวะนี้มักถูกเรียกว่า Atypical Odontalgia (AO) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะปวดใบหน้าและช่องปากที่ซับซ้อนและสร้างความลำบากใจให้กับทั้งคนไข้และทันตแพทย์

Atypical Odontalgia คืออะไร

International Headache Society นิยาม AO ว่าเป็นกลุ่มย่อยของ Persistent Idiopathic Facial Pain (PIFP) ซึ่งหมายถึงอาการปวดใบหน้าเรื้อรังที่ไม่เข้าพวกกับโรคประสาทอื่น ๆ และไม่มีความผิดปกติอื่นมาอธิบายได้ โดยจัดเป็นความปวดประเภทประสาทส่วนกลาง (Neuropathic pain) ที่เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทรับความรู้สึกจากการรักษาทางทันตกรรม เช่น การถอนฟัน การรักษารากฟัน หรือจากพยาธิสภาพอื่น ๆ

ปวดตำแหน่งเดิมอยู่ 2 0 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลักษณะอาการที่สำคัญ

อาการของ AO มักมีลักษณะดังนี้:

  • ความเจ็บปวด: คนไข้มักบรรยายว่ามีอาการปวดตื้อๆ ปวดแสบปวดร้อน หรือปวดเหมือนถูกแทง/ตุบ ๆ โดยระดับความเจ็บปวดอาจไม่สูงมาก
  • ความต่อเนื่อง: อาการปวดมักเกิดขึ้นต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งวันและกินเวลานานหลายเดือน
  • กลุ่มเสี่ยง: พบได้ในทุกช่วงอายุและทุกเพศ แต่พบมากในผู้หญิงช่วงอายุประมาณ 40-50 ปี
  • ปัจจัยกระตุ้น: การวิจัยระบุว่าประวัติการปวดฟันมาอย่างยาวนานก่อนรับการรักษา หรือประวัติความปวดเรื้อรังอื่นๆ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะนี้

กลไกการเกิดโรค: เมื่อสมอง “ไว” ต่อความเจ็บปวด

สาเหตุของ AO เชื่อว่าเกิดจากกระบวนการ Central Sensitization หรือการที่ระบบประสาทส่วนกลาง (สมองและก้านสมอง) เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลังจากเส้นประสาทส่วนปลายได้รับบาดเจ็บ นำไปสู่ภาวะ “Hyperexcitability” หรือความไวเกินของระบบประสาท ทำให้สมองรับรู้ความเจ็บปวดแม้จะไม่มีสิ่งกระตุ้นที่รุนแรงในช่องปากแล้วก็ตาม

ปวดตำแหน่งเดิมอยู่ 3 0 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความท้าทายในการวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัย AO เป็นเรื่องยาก ทันตแพทย์จำเป็นต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ข้อต่อขากรรไกร รวมถึงการใช้ภาพถ่ายรังสี (X-ray) หรือ CT scan เพื่อยืนยันว่าไม่มีโรคทางทันตกรรมอื่นๆ จริงๆ

สิ่งที่ควรระวัง: เนื่องจากอาการปวดของ AO คล้ายกับอาการปวดฟันทั่วไป คนไข้หลายคนจึงพยายามขอรับการรักษาเพิ่มเติม เช่น การรักษารากฟันซ้ำ การถอนฟัน หรือการฝังรากเทียมในบริเวณที่ปวด

แนวทางการจัดการ

การรักษา AO เป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทันตแพทย์ทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญด้านความปวดใบหน้า (Orofacial Pain Specialist) เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่แค่การจัดการที่ตัวฟัน แต่เป็นการจัดการที่ระบบประสาทส่วนกลางผ่านการใช้ยาหรือวิธีการอื่นๆ ที่เหมาะสม

สรุป: หากคุณมีอาการปวดฟันเรื้อรังที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาภาวะ Atypical Odontalgia อาจเป็นทางออกที่ช่วยให้คุณไม่ต้องสูญเสียฟันโดยไม่จำเป็น และได้รับแนวทางการรักษาที่ถูกต้องตรงจุด

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

รศ.ทพญ.ดร.กนกพร พะลัง

อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลับไปที่หน้าหลัก

ความรู้ทางทันตกรรม