พฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้เกิดปัญหา “ฟันสึก” และคนไข้จะสามารถแก้ไขพฤติกรรมนี้ได้อย่างไรบ้าง?

Posted date:

ฟันสึก หมายถึง การสูญเสียเนื้อฟัน ได้แก่ เคลือบฟัน และ/หรือเนื้อฟัน โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟันผุ ภาวะนี้พบได้บ่อยในคนไข้ทุกช่วงอายุ และมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยสามารถแบ่งกลไกหลักออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. Attrition (การสึกจากฟันสัมผัสฟัน),
  2. Abrasion (การสึกจากการเสียดสีของวัตถุภายนอก),
  3. Erosion (การสึกจากกรด) และ
  4. Abfraction (การสึกบริเวณคอฟันจากแรงทางชีวกลศาสตร์)

อย่างไรก็ตาม ในทางคลินิกมักพบว่าฟันสึกเกิดจากการผสมผสานของหลายกลไกพร้อมกันโดยมักเกิดจากการใช้งานหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อฟันสึกมากขึ้น อาจทำให้เสียวฟัน ฟันสั้นลง หรือมีรอยเว้าบริเวณคอฟันได้

สาเหตุของฟันสึกมีหลายอย่าง แต่ที่สำคัญมาก คือ พฤติกรรมของเราเองซึ่งบางอย่างทำโดยไม่รู้ตัว และสะสมไปเรื่อย ๆ จนเกิดปัญหา พฤติกรรมที่พบบ่อย คือ การแปรงฟันแรงเกินไป หรือแปรงผิดวิธี หลายคนคิดว่ายิ่งแปรงแรง ฟันจะยิ่งสะอาด แต่จริง ๆ แล้วแรงกดและการถูไปมาจะค่อย ๆ ขัดเนื้อฟันออก โดยเฉพาะบริเวณคอฟันที่บางอยู่แล้ว ถ้าใช้แปรงขนแข็งหรือแปรงแบบถูซ้ายขวาในแนวนอนแรง ๆ เป็นประจำ ก็จะยิ่งทำให้ฟันสึกเร็วขึ้น อีกอย่างที่สำคัญคือการแปรงฟันทันทีหลังดื่มน้ำเปรี้ยวหรือน้ำอัดลม เพราะตอนนั้นผิวฟันจะอ่อนลง ทำให้สึกง่ายกว่าเดิม

พฤติกรรมต่อมาคือ การกินหรือดื่มของที่มีกรดบ่อย ๆ เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว ชามะนาว หรือเครื่องดื่มสุขภาพบางอย่าง กรดในอาหารเหล่านี้จะค่อย ๆ ละลายผิวฟัน ถ้าดื่มบ่อย ๆ หรือจิบทั้งวัน ฟันจะไม่มีเวลาฟื้นตัวจากการคืนกลับของแร่ธาตุ ทำให้ฟันสึกมากขึ้น รวมถึงกรดจากร่างกายตัวเอง เช่น คนที่มีกรดไหลย้อน หรืออาเจียนบ่อย กรดจากกระเพาะจะขึ้นมาทำลายฟัน ซึ่งมักจะเห็นฟันด้านในสึกได้ชัด

อีกพฤติกรรมหนึ่งคือ การกัดฟันหรือ บดฟัน โดยเฉพาะการนอนกัดฟันหรือการเค้นฟันเวลาที่เครียด ฟันจะเสียดสีกันเอง ทำให้ผิวฟันค่อย ๆ สึกและแบนลง บางคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่ากัดฟันอยู่ นอกจากนี้ การใช้ฟันกัดของแข็ง เช่น เปิดฝาขวด กัดเล็บ หรือกัดน้ำแข็ง ก็ทำให้ฟันสึกเร็วขึ้นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ พฤติกรรมที่กล่าวมามักเกิดร่วมกัน เช่น ดื่มน้ำเปรี้ยวแล้วไปแปรงฟันแรงทันที หรือมีทั้งกัดฟันและดื่มน้ำอัดลมบ่อย ๆ แบบนี้จะทำให้ฟันสึกเร็วและรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ความถี่ของการได้รับกรดนั้นสำคัญกว่าปริมาณ เช่น การจิบน้ำอัดลมทั้งวันก่อให้เกิดอันตรายต่อฟันกว่าการดื่มทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ฟันสึกสามารถป้องกันหรือชะลอได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น

  • แปรงฟันเบา ๆ ใช้แปรงขนอ่อน และไม่แปรงทันทีหลังดื่มของเปรี้ยว
  • ลดการจิบเครื่องดื่มเปรี้ยวทั้งวัน พยายามดื่มเป็นมื้อ
  • บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหลังดื่มของที่มีกรด
  • หลีกเลี่ยงการกัดของแข็งหรือใช้ฟันผิดหน้าที่
  • ถ้ามีปัญหากัดฟัน อาจต้องใส่เฝือกสบฟัน
  • ถ้ามีกรดไหลย้อนหรืออาเจียนบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาสาเหตุ

โดยสรุป ฟันสึกไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทันที แต่เป็นผลจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน การเข้าใจสาเหตุและปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคต และช่วยให้ฟันอยู่กับเราได้นานขึ้น

ข้อมูลความรู้ทางทันตกรรมโดย

อ.ทพญ.ดร. ภาสิรี ทองไทย

อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมหัตถการ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย