จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UNSW Sydney เดินหน้าความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรม สู่การสร้างประโยชน์ในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก University of New South Wales (UNSW Sydney) ประเทศออสเตรเลีย นำโดย Professor Julien Epps คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ (8 โรงเรียน) และ Dr. Hamid Rokny ผู้อำนวยการ UNSW BioMedical Machine Learning Laboratory ในโอกาสหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน

การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือในอนาคต ครอบคลุมด้านการวิจัย เทคโนโลยี การศึกษา นวัตกรรม และการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม โดยทั้งสองสถาบันมีความสนใจร่วมกันในการสร้างผลงานและคุณค่าที่ดีต่อประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย ตลอดจนภูมิภาคอาเซียน

ในการนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเข้าร่วมการหารือ ได้แก่ ศาสตราจารย์ นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นาฏนัดดา รอดทองคำ หัวหน้า Synthetic Biology, Biosensor and Advanced Biotechnology Platform และ ศาสตราจารย์ ทพญ.ดร.ฑัณฑริรา พรทวีทัศน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศระดับโลก

ประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งเน้นการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UNSW ในหลากหลายสาขา อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์แม่นยำ เทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการสร้างผลกระทบต่อสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนักวิจัย การต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค การหารือในความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UNSW ในการแสวงหารูปแบบใหม่ของการสร้างนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงความเป็นเลิศด้านการวิจัยเข้ากับการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ และสนับสนุนบทบาทของประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคอาเซียนในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต