งานวิจัยภาควิชาเภสัชวิทยา
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
งานวิจัยของภาควิชาเภสัชวิทยา สามารถแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก ดังนี้:
1.การวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม
ภาควิชามุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของทันตแพทย์และผู้ป่วย โดยคาดหวังให้เกิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีคุณภาพ มีการจดสิทธิบัตร สามารถนำไปผลิตและจำหน่ายเพื่อบริการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.การวิจัยเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในทางทันตกรรม
ภาควิชามุ่งส่งเสริมให้ทันตแพทย์มีการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยเน้นศึกษาวิจัยข้อมูลการสั่งจ่ายใช้ยา มุมมอง ทัศนคติของทันตแพทย์ เพื่อนำผลการวิจัยมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้ทันตแพทย์สามารถสั่งใช้ยา
ได้อย่างสมเหตุผลและปลอดภัยต่อผู้ป่วย
ทบทวนวรรณกรรม (Review Literature)
- สมุนไพรไทย : ศักยภาพในการประยุกต์ใช้เสริมการรักษาโรคปริทันต์ Thai Herbs : The Potential Application in Adjunctive Periodontal Therapy วิธัณยา มธุราสัย , วรัญญู พูลเจริญ , สิรีรัตน์ สูอำพัน Journal of Dental Association of Thailand Volume 68 Number 1 January – March 2018 page 1-12
งานวิจัย
- การพัฒนาตำรับน้ำยาบ้วนปากคลอเฮกซิดีนสูตรใหม่ (The development of new chlorhexidine mouthwash formulation) วิธัณยา มธุราสัย, พนิดา ธัญญศรีสังข์, สิรีรัตน์ สูอำพัน, เบญจา อิศรางกรู ณ อยุธยา
นักวิจัย
รศ.ทพญ.ดร.สิรีรัตน์ สูอำพัน
รศ.ทญ.ดร.สิรีรัตน์ สูอำพัน เป็น อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา มีความสนใจด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการทางคลินิก ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังขาดแคลนในท้องตลาด หรือมีราคาสูงจากการนำเข้า เพื่อเพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมและเข้าถึงได้มากขึ้นภายในประเทศ ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ การผลักดันให้เกิดการจดอนุสิทธิบัตร รวมถึงการพัฒนาไปสู่การผลิตและจัดจำหน่าย น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ผสมทรีฮาโลส ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุและเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก เหมาะสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะปากแห้งจากโรคประจำตัว หรือจากการได้รับรังสีรักษา นอกจากนี้ ยังมีความสนใจในด้านการศึกษาและพัฒนาการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในงานทันตกรรม โดยมุ่งเน้นการศึกษาความรู้และทัศนคติของทันตแพทย์ในการสั่งใช้ยา ตลอดจนสำรวจรูปแบบการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมซึ่งมักพบในคลินิก เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน ลดปัญหาเชื้อดื้อยา และส่งเสริมความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ป่วย